top of page
ค้นหา
  • รูปภาพนักเขียนบ้างกางใจ

หนึ่งในแรงบันดาลใจ



ตอนนั้นเราอายุ 10 ขวบ เรียน ป 4 โรงเรียนเเห่งหนึ่งในต่างจังหวัด ความโชคดีของเราคือการเกิดมาในครอบครัวที่พ่อเเละเเม่มีความคิดก้าวหน้า สนิทกัน อบอุ่นมาก พูดกันได้ทุกเรื่อง ด้วยความที่ไม่ใช่เด็กเรียนเก่งมาตั้งเเต่เด็ก พ่อเเม่จึงมักให้กำลังใจเสมอ ประกอบกับบอกว่าไม่เป็นไร ไม่เคยพูดเรื่องการสอบให้ได้ที่ 1 ในบ้านเเม้เเต่ครั้งเดียว


จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่ากลับถึงบ้านต้องทำการบ้านช่วงไหน ไม่อยู่ในความทรงจำเลย นึกออกเเค่ว่าไปกินข้าวฝีมืออาก๋ง นอนเล่นกับครอบครัวเเล้วก็คุยทั้งวัน


จนวันหนึ่งครูวิชาคณิตท่านหนึ่งที่เรายังคงจำชื่อได้ สอนวิชาคณิตศาสตร์ ครูเรียกว่าใครไม่ทำการบ้านให้ออกมาหน้าห้อง เเล้วเอาเเปรงลบกระดานตีลงบนนิ้วของเด็ก ๆ ตอนนั้นใจเต้นเเรงมาก ด้วยความอารมรณ์ดีก็ลุกจากเก้าอี้ไปด้วยรอยยิ้ม ออกไปหน้าห้องก็ส่งยิ้มกลับมาให้เพื่อน ๆ ในห้อง 55555 เป็นเด็กบันเทิงอารมณ์ดีสุด ๆ


ในที่สุดครูเดินมาถึงคิวเรา ด้วยความที่ครูสวย เราเลยยิ้มหวานให้ ครูตะโกนใส่เราว่า " ทำผิดเเล้วยังไม่สำนึก ยิ้มอยู่ได้ "

เราเหวอไปเลย คือทั้ง งง เเละโกรธมาก


ภาพเเละคำพูดวันนั้นชัดมากจนถึงวันนี้

ในวันนั้นเราถามตัวเองในใจว่าเราผิดขนาดนั้นเลยเหรอ?

ทำไมถึงยิ้มไม่ได้ ? เเล้วการไม่ทำการบ้านคณิตข้อนี้มันทำให้ครูโกรธเราขนาดนี้เหรอ ? เเล้วครูต้องการให้หน้าจ๋อย หรือร้องไห้ ? คนที่สำนึกต้องทำหน้ายังไง ?


หลังจากนั้นจนหมดเทอมทุกครั้งที่เราจะเรียนคณิต เราเลือกที่จะต่อต้าน ไม่รับรู้อะไรเลยนั่งวาดรูปเล่น ไม่เอาอ่ะ ไม่เรียน


เหตุการณ์ประมาณนี้เข้ามาทักทายเป็นระยะ


..................................


ช่วงนี้หลายโรงเรียนเปิดเทอมเเล้ว เเต่เป็นการเรียนออนไลน์ ซึ่งมักตามมาด้วยการบ้าน เเละคงหนีไม่พ้นที่พ่อเเม่จะต้องใช้เวลาในการสอนการบ้านเด็ก ๆ มากขึ้น เพราะพวกเขาอยู่กับบ้านไม่ได้เจอใคร


บางท่านเริ่มหงุดหงิดเเละอารมณ์เสียกับความไม่ได้ดั่งใจของลูก สอนไปเเล้วเมื่อกี้เเท้ ๆ ทำไมข้อใหม่ยังผิดอีก


อยากชวนคุณพ่อคุณเเม่มานั่งพัก หายใจลึก ๆ นึกย้อนถึงตัวเองในวัยเด็กว่า พวกเราเคยถูกการศึกษาทำให้บอบซ้ำเเค่ไหน จนทำให้ไม่อยากเรียนรู้ต่อ


กลับมานิยาม " การบ้าน " กันอีกครั้งว่ามันสำคัญขนาดไหน อย่าเอาความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมาผูกขาดกับการบ้านเลย เเละมันพอมีวิธีไหนบ้างที่เด็ก ๆ เเละพ่อเเม่ยังสนุกไปกับมันได้ ไม่บาดเจ็บไปทั้ง 2 ฝ่าย ยิ่งบางท่านมีการใช้กำลังเข้ามาทำร้ายเด็กยิ่งไปกันใหญ่


สติค่ะ ไม่ไหวจริงถอยออกมาก่อน อย่าฝืน คุณเหนื่อยลูกก็อึดอัด ตั้งเเต่ยังไม่ได้เริ่ม โตเเล้วอย่าลงกับเด็ก ไปจัดการอารมณ์ตัวเองให้ได้ก่อน เครียดกันหมดทุกฝ่าย เเต่อย่าทำให้ทุกอย่างมันเเย่ลงไปอีก ด้วยการใช้กำลังในการเเก้ปัญหา


มาร่วมพลังกันนะคะเป็นทีมครอบครัว

ค่อย ๆ เเก้ไปทีล่ะด่าน ทีล่ะข้อ ทีละวิชา

เราคงต้องช่วยเด็ก ๆ จัดระบบให้เขาเห็นค่ะว่าทุกอย่างมันไปต่อได้ ไม่ได้บอกว่าให้พ่อเเม่เก่งทุกวิชาค่ะ อันไหนไม่รู้หาทางเรียนรู้เเละเเก้ปัญหาไปพร้อมลูก ๆ ถือเป็นช่วงเวลาคุณภาพในการฝึกทักษะการเเก้ปัญหา ให้เขามี growth mindset ด้วยตัวเขาเอง


>>>>>>>


ตัดสินใจกระโดดเข้ามาในสายงานการศึกษา ตั้งเเต่เมื่อ 6 ปีก่อนเพราะอยากให้เด็ก ๆ ทุกคน " ยิ้ม " กับตัวเองเป็น ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกว่าต้องทำอะไรหรือไม่ต้องทำอะไร ยิ้มกับความสุข ยิ้มกับความผิดหวัง ยิ้มรับกับทุกเหตุการณ์มากมายที่กำลังจะเข้ามา เเละมีหัวใจที่มั่นคงพร้อมทักทายโลกใบนี้ในเเง่มุมต่าง ๆ

Comments


bottom of page